วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5

สิ่งที่ได้เรียนรู้
         เขียนชีวประวัติ  คือ เรื่องราวชีวิตที่ผู้อื่นเป็นผู้เรียบเรียงขึ้นกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลในช่วงชีวิตของบุคคลนั้น
หลักการเขียนชีวประวัติ
1. เขียนบอกว่าเขาเป็นใครอย่างไร
2. เขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3. เขียนเฉพาะเรื่องของคนจริง บุคคลที่น่าสนใจ คนที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
4. ไม่ควรเขียนด้วยสำนวนหรือเนื้อหาที่เกินความจริง
         การเขียนเรียงความ การเขียนเรียงความที่ดีนั้นบทความต้องถูกต้องตามหลักข้อเท็จจริงส่วนเนื้อเรื่องควรมีความสอดคล้องเป็นเอกภาพเดียวกันและมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันในแต่ละย่อหน้าตั้งแต่คำนำ เนื้อเรื่อง จนกระทั้งปิดเรื่องด้วยบทสรุป ซึ่งทั้งสามส่วนเป็นส่วนประกอบของเรียงความที่ขาดไม่ได้
         คำขวัญ หมายถึง ถ้อยคำ ข้อความ คำคล้องจอง หรือบทกลอนสั้นๆ
การเขียนคำขวัญ คือ คำที่แต่งขึ้นเพื่อให้เป็นสิริมงคลมี 2 ประเภท คือ
1. คำหรือข้อความที่แต่งขึ้นเตือนใจ
2. ถ้อยคำที่แต่งขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ คุณสมบัติ ความคิดโดดเด่น
หลักการเขียนคำขวัญ
1. เขียนให้ตรงจุดมุ่งหมาย
2. ต้องเขียนให้มีใจความสมบูรณ์และอื่น ๆ
การเขียนคำกล่าวของประธานในพิธีเปิดและปิด
1. คำขึ้นต้น
2. การแสดงความยินดี และรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาทำพิธีนี้
3. การแสดงการชื่นชม เห็นด้วย หรือสนับสนุน
4. การแสดงความสำคัญของงานที่จัดขึ้น
5. การฝากข้อคิด ข้อแนะนำ หรือ ข้อสังเกต
6. การแสดงความหวังว่างานนี้จะเป็นประโยชน์
7. การขอบคุณผู้จัดและผู้สนับสนุนงานนี้
8. การกล่าวเปิด 
9. การอวยพรให้งานสำเร็จ และอวยพรแก่ผู้ร่วมงา

ความรู้ใหม่
                ได้รู้จักวิธีการเขียนการกล่าวเปิด-ปิดงานในพิธีการต่างๆ - เอกภาพ คือ 1 ย่อหน้า 1 ใจความเดียว- สัมพันธภาพ คือ ความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันเชื่อมโยงกัน- สารัตถภาพ คือ การเน้นสาระสำคัญของย่อหน้าแต่ละย่อหน้า และของเรื่องทั้งหมด โดยใช้ประโยคสั้น ๆ

ข้อเสนอแนะ
               การนำเกมมาใช้ในการเรียนการสอนของแต่ละกลุ่มนั้น  ทำเพื่อนๆได้มีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ  ทำให้เราสามารถเข้าใจความหมายของงานที่เพื่อนออกมานำเสนอมากขึ้นและรู้สึกไม่เบื่อแต่ทำให้สนุกสนานในการเล่นเกม


นางสาวขวัญจิรา  หอมหวล    รหัส 55113400209 ตอนเรียน D1

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

อัตชีวประวัติ
 
         ชอบกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งหนึ่งทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติมากขึ้น รักและมีจิตใต้สำนึกในการรักษาธรรมชาติของเราไว้ เป็นโอกาสที่ดีและดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนั้น เราได้รับความรู้อีกมากมายนอกจากธรรมชาติ อย่างสถานที่ที่เราไปศึกษาก็มีประโยชน์และความรู้มาก สถานที่ที่แรกวัดถ้ำเขาย้อย ภายในถ้ำนี้มีพระพุทธรูปใหญ่ปางพุทธไสยาสน์เป็นที่สักการะและยังมีพระพุทธรูปหลายปางประดิษฐานอยู่ รวมทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง ลักษณะการประดิษฐานพระพุทธรูปต่างๆ เราได้กราบไหว้พระขอพรจากวัดถ้ำเขาย้อยและเรียนรู้เกี่ยวลักษณะของถ้ำเขาย้อยว่าเกิดขึ้นอย่างไร สถานที่ที่สองพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังสร้างในสมัยรัชกาลที่6  จังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นพระตำหนักประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ใหญ่ใน พ.ศ. 2466
โดยพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง ทรงเลือกแบบพระราชนิเวศน์เป็นอาคารแบบไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง เทพื้นคอนกรีตตลอด โดยที่พระตำหนักต่างๆ ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด มีระเบียงและบันได เป็นทางเดินที่มีลูกกรง และหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอด เพื่อความสะดวก และรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่างๆ   ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด จากที่เข้าชมทำให้เกิดความรู้สึกดีมากเพราะพระราชนิเวศน์แห่งนี้สร้างด้วยความรักของพ่อที่มีต่อลูกทำให้เราซาบซึ้งมากในการเข้าชมสถานที่ที่สามวนอุทยานปราณบุรี 
ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในคราวที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมหมู่บ้านปากน้ำปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และทอดพระเนตรเห็นต้นโกงกางซึ่งชาวบ้านนิยมนำมาเผาถ่าน ทรงมีความสนพระราชหฤทัย ในการที่จะสนับสนุนการปลูกพันธุ์ไม้บริเวณชายทะเลปากน้ำปราณบุรี กรมป่าไม้ จึงได้จัดตั้งเป็นโครงการพิเศษขึ้น โดยการกำหนดเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ประกอบด้วยป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ ที่ดอนริมหาดชายทะเล และที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อพัฒนาเป็นป่าอเนกประโยชน์ ที่จะผลิตไม้ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ป้องกันลมพายุ และเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างเพื่อชักจูงใจปลูกบำรุงรักษาป่าธรรมชาติที่สวยงามไว้เป็นสมบัติของอนุชนรุ่นหลังต่อไป สถานที่ที่สี่ถ้ำพระยานครเป็นถ้ำขนาดใหญ่ในบริเวณแหลมศาลาเพดานถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้ ถ้ำพระยานครถูกค้นพบกว่า 200 ปีมาแล้ว ภายในถ้ำมีโบราณ
สถานที่สำคัญคือพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นพลับพลาจัตุรมุข สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 เมื่อ พ.ศ.2433 พระที่นั่งนี้ใช้เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ไปมีคลื่นแรงทำให้ไม่ได้นั่งเรือ แต่เราก็เดินขึ้นเขาเพื่อไปถ้ำพระยานคร บรรยากาศสวยงามมากถึงแม้จะเหนื่อยกับการเดินขึ้นเขาแต่ก็คุ้มค่ากับการที่ได้เห็นบรรยากาศ
   ในอนาคตฉันอยากจะสอนให้เด็กกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีความรักในธรรมชาติและอยากให้เด็กๆได้ศึกษาเกี่ยวสถานที่สำคัญต่างๆเพื่อช่วยกันอนุรักษ์ไว้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
       

 
 
 
 
 
 
 

       

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4






ความรู้ที่ได้รับ

       อัตชีวประวัติ ( Autobiography)

                 ชีวประวัติที่เขียนโดยเจ้าของชีวิต หรือในความหมายปัจจุบันหมายถึงประวัติที่ที่เขียนโดยเจ้าของชีวิตร่วมกับนักประพันธ์อาชีพในลักษณะบอกให้เขียน คำว่า “อัตชีวประวัติ” ใช้เป็นครั้งแรกโดย  โรเบิร์ต ซัทธีย์ (Robert Southey) ในปี ค.ศ. 1809 ในวรสารแต่ลักษณะการเขียนแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

      การเขียนวิจารณ์

                 การเขียนวิจารณ์ คือ การค้นหาข้อดีและข้อไม่ดีของเรื่องที่จะวิจารณ์  ชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขให้ดีขึ้น  เป็นการวิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์

      ลักษณะของการวิจารณ์

              1.การวิจารณ์เป็นการถ่ายทอดความคิดเห็น ชี้จุดเด่น จุดด้อย ตลอดจนความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ

              2. เป็นข้อเขียนที่ชัดเจนในการบอกให้ผู้อ่านทราบถึงรายละเอียดของสิ่งนั้น ดังนั้นผู้วิจารณ์ต้องมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องที่วิจารณ์เป็นอย่างดี

             3. เป็นข้อเขียนที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย น่าอ่าน ทำให้ผู้อ่านติดตามอ่านจนจบ   ใช้ถ้อยคำอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้ถ้อยคำในเชิงประจาน หรือโจมตีผู้เขียนอย่างรุนแรง

        การเขียนเรื่องเล่า

                       การเขียนเรื่องเล่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ นักเขียนเหล่านั้นต้องฝึกฝีมือตนเองอย่างหนักหน่วง และใฝ่หาความรู้เทคนิคการเขียนอยู่เสมอ

                   การใช้โวหาร   โวหารในการเขียนมี    ชนิด   คือ

                         บรรยายโวหาร   เป็นการอธิบาย เล่าเรื่องหรืออธิบายเหตุการณ์   จุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน

                        พรรณนาโวหาร   เป็นโวหารที่สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน  เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ

                         เทศนาโวหาร   เป็นโวหารสั่งสอน   ชักจูงใจ

                        อุปมาโวหาร   เป็นโวหารเปรียบเทียบ

                       สาธกโวหาร   เป็นโวหารแสดงเหตุผลและการยกตัวอย่าง

 ๒.) ความรู้ใหม่

ได้ความรู้ใหม่ๆหลากหลายเรื่องในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อัตชีวประวัติ ว่าสรุปแล้วคืออะไร สรุปสั้นๆ ได้ว่า คือ การเขียนเรื่องราวประวัติของเราเองและยังได้เรีนนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการวิจารณ์อีกด้วย

๓.) ข้อเสนอแนะ

         การนำเกมมาใช้ในการเรียนการสอน  ให้มีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ  ทำให้เราสามารถเข้าใจความหมายของงานที่เพื่อนออกมานำเสนอมากขึ้น
 
 
 
 
  นางสาวขวัญจิรา  หอมหวล      รหัส55113400209     ตอนเรียน D1

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่4

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่4
ความรู้ที่ได้รับ
         อัตชีวประวัติ
             ชีวประวัติที่เขียนโดยเจ้าของชีวิต หรือในความหมายปัจจุบันหมายถึงประวัติที่ที่เขียนโดยเจ้าของชีวิตร่วมกับนักประพันธ์อาชีพในลักษณะบอกให้เขียน คำว่า “อัตชีวประวัติ” ใช้เป็นครั้งแรกโดย  โรเบิร์ต ซัทธีย์ (Robert Southey) ในปี ค.ศ. 1809 ในวรสารแต่ลักษณะการเขียนแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
                 การเขียนวิจารณ์
                การเขียนวิจารณ์ คือ การค้นหาข้อดีและข้อไม่ดีของเรื่องที่จะวิจารณ์  ชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขให้ดีขึ้น  เป็นการวิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์
                   ลักษณะของการวิจารณ์
               1.การวิจารณ์เป็นการถ่ายทอดความคิดเห็น ชี้จุดเด่น จุดด้อย ตลอดจนความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
                2. เป็นข้อเขียนที่ชัดเจนในการบอกให้ผู้อ่านทราบถึงรายละเอียดของสิ่งนั้น ดังนั้นผู้วิจารณ์ต้องมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องที่วิจารณ์เป็นอย่างดี
                 3. เป็นข้อเขียนที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย น่าอ่าน ทำให้ผู้อ่านติดตามอ่านจนจบ   ใช้ถ้อยคำอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้ถ้อยคำในเชิงประจาน หรือโจมตีผู้เขียนอย่างรุนแรง
                การเขียนเรื่องเล่า
                การเขียนเรื่องเล่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ นักเขียนเหล่านั้นต้องฝึกปรือฝีมือตนเองอย่างหนักหน่วง และใฝ่หาความรู้เทคนิคการเขียนอยู่เสมอ
                    การใช้โวหาร   โวหารในการเขียนมี    ชนิด   คือ
                        บรรยายโวหาร   เป็นการอธิบาย เล่าเรื่องหรืออธิบายเหตุการณ์   จุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน
                        พรรณนาโวหาร   เป็นโวหารที่สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน  เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ
                         เทศนาโวหาร   เป็นโวหารสั่งสอน   ชักจูงใจ
                          อุปมาโวหาร   เป็นโวหารเปรียบเทียบ
                           สาธกโวหาร   เป็นโวหารแสดงเหตุผลและการยกตัวอย่าง
ความรู้ใหม่
        ได้ความรู้ใหม่ๆหลากหลายเรื่องในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อัตชีวประวัติ ว่าสรุปแล้วคืออะไร สรุปสั้นๆได้ว่าคือ การเขียนเรื่องราวประวัติของเราเองและยังได้เรีนนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการวิจารณ์อีกด้วย
 ข้อเสนอแนะ
         การนำเกมมาใช้ในการเรียนการสอนของแต่ละกลุ่มนั้น  ทำเพื่อนๆได้มีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ  ทำให้เราสามารถเข้าใจความหมายของงานที่เพื่อนออกมานำเสนอมากขึ้น


นางสาวขวัญจิรา  หอมหวล    รหัส 55113400209 ตอนเรียน D1