วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
การเขียนโครงการ
            กระบวนการทำงานประกอบไปด้วยหลายๆกิจกรรมให้เป็นไปตามลำดับ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัด ในการดำเนินงานต้องมีผู้รับผิดชอบต่อ โครงการ ซึ่งเป็นผู้บริหารงาน กิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนเหมาะสมกับเวลาและงบประมาณที่ตั้งไว้
ลักษณะของโครงการ
   - ต้องมีระบบ
   - ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน
   - ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต
   - เป็นการทำงานชั่วคราว
   - มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน
   - มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน
   - ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ
   - เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน
องค์ประกอบของโครงการ
     1. ชื่อโครงการ
            - มีความชัดเจน เหมาะสม และเฉพาะเจาะจง เป็นที่เข้าใจง่าย
            - ชื่อโครงการจะบอกให้ทราบว่าจะทำสิ่งใดบ้าง โครงการที่จัดทำขึ้นทำเพื่ออะไร
            - ชื่อโครงการแสดงลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ ลักษณะเฉพาะของโครงการ และจุดมุ่งหมายของโครงการ
      2. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
            - ระบุหน่วยงานต้นสังกัด ที่จัดทำโครงการ หรือ
            - ระบุหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติโครงการ
      3. ผู้รับผิดชอบโครงการ
            - ระบุผู้รับผิดชอบโครงการนั้นๆให้ชัดเจน ว่าเป็นใครมีตำแหน่งใดในโครงการนั้น
      4. หลักการและเหตุผล
            - แสดงถึงปัญหาความจำเป็น หรือความต้องการที่ต้องมีการจัดทำโครงการขึ้น
            - เพื่อแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการขององค์การชุมชน หรือท้องถิ่นนั้นๆ
      5. วัตถุประสงค์
            - เป็นข้อความที่แสดงถึงความต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆ
            - ชัดเจนไม่คลุมเครือ สามารถวัดและประเมินผลได้
            - มีวัตถุประสงค์ได้มากกว่า 3 ข้อ
      6. เป้าหมาย
            - แสดงให้เป็นผลงานหรือผลลัพธ์ที่ระบุคุณภาพ หรือปริมาณที่คาดว่าจะทำให้เกิดขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนด
            - กำหนดผลงานเป็นร้อยละ หรือจำนวนหน่วยที่แสดงปริมาณหรือคุณภาพต่างๆ
     7. ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
            - ระบุเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ
      8. วิธีการดำเนินงาน
            - เป็นขั้นตอนตามลำดับก่อนหลัง
            - นำวัตถุประสงค์มาจำแนกแจงแจงเป็นกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรม
            - แสดงให้เป็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการว่าจะมีกิจกรรมใดที่จะต้องทำ
      9. แผนปฏิบัติงาน
            - เป็นการนำเอาขั้นตอนต่างๆในการดำเนินงานมาแจกแจงรายละเอียด
    10. งบประมาณและทรัพยากรที่ต้องใช้
            - ค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน
            - ค่าใช้จ่ายที่เป็นมูลค่า
การเขียนรายงานวิชาการ
            ข้อเขียนที่เกิดจากผลการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษรมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลค้นคว้าและมีการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมตัวเสนอแนะความคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์
ความสำคัญ
           -  นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
            -  นักศึกาพัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษาแล้วนำเสนอความรู้
ขั้นตอนการทำ
     - พิจารณาวัตถุประสงค์
     -  กำหนดหัวเรื่อง
     - ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขต
     - รวบรวมและบันทึกข้อมูล
     -  วิเคราะห์ข้อมูล (อ่าน และ ตีความ ขยายความ วิเคราะห์ สรุป)
     - เชื่อมโยงข้อมูลให้สัมพันธ์
     - เรียบเรยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ
     - ตรวจสอบความถูกต้อง
    -  จัดทำรูปเล่มให้เหมาะสม
องค์ประกอบของการทำรายงานวิชาการ
   
- ชื่อเรื่อง
   - ชื่อผู้จัดทำรายงาน
   - คำนำ
   - สารบัญ
   - บทนำ
   - เนื้อหา
   - บทสรุป
   - บรรณานุกรม
รายละเอียด  
-  ชื่อเรื่อง  ควรเป็นชื่อเรื่องที่กะทัดรัด  บอกบรรยากาสของเนื้อหาที่ชัดเจนและมีขอบข่ายที่แน่นอน
-  ชื่อผู้ทำรายงาน  ผู้ทำรายงานเป็นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ตามการสั่งงานของอาจารย์ผู้สอน 
            ส่วนประกอบ
                        - ส่วนนำ
                        - ส่วนเนื้อหา
                        - ส่วนท้าย
            ส่วนนำ ประกอบด้วย
                        - ปกนอก
                        - ใบรองปก
                        - ปกใน
                        - คำนำ
                        - สารบัญ
            ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย
                        - บทนำเรื่อง
                        - ส่วนเนื้อหา
                        - บทสรุป
            ส่วนท้าย ประกอบด้วย
                        - บรรณานุกรม
                        - ภาคผนวก
                        - อภิธานศัพท์
                        - ดรรชนี
หลักการเขียนรายงานวิชาการ
            - ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางราชการ
            - ใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหรับตำแหน่ง ยศ คำนำหน้าหรือคำย่ออื่น ๆ
            - ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ไม่ใช้ภาษาแสลงหรือภาษาถิ่น
 ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
หลักการเขียนรายงานวิชาการ
            - ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางราชการ
            - ใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหรับตำแหน่ง นศ คำนำหน้า หรือคำย่ออื่นๆ
            - ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ไม่ใช้ภาษาแสลงหรือภาษาอื่นๆ
            - ปกนอก  ไม่ต้องมีเสนออาจารย์แต่ถ้าอยากมีก็ให้เอาไปใส่ในปกใน
            - ในการเขียนคำนำ ข้อห้ามคือ ห้ามเขียนว่าหากรายงานเล่มนี้มีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย ไม่ต้องมีในการเขียนรายงานเพราะในการทำรายงานจะต้องไม่มีข้อผิดพลาด
 ข้อเสนอแนะ
            ความรู้ที่ได้รับในวันนี้เป็นประโยชน์แก่ดิฉันอย่างมาก และสามารถนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปใช้ในอนาคตได้

 

นางสาวขวัญจิรา  หอมหวล     รหัส  55113400209        ตอนเรียน D1

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 9


สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้

  เรื่อง ระเบียบงานสารบรรณและการเขียนหนังสือราชการ 

  งานสารบรรณ 

1.งานจัดทำ

2.การรับ

3.การส่ง

4.การเก็บรักษา

5.การยืม

6.การทำลาย

     ชั้นความเร็วและชั้นความลับ

     ชั้นความเร็ว

          ด่วนที่สุด- รับวันนี้ส่งวันนี้ก่อนเวลาราชการ

          ด่วนมาก-รับวันนี้ส่งวันพรุ่งนี้   
                                                                      
           ด่วน-รับวันนี้ส่งวันพรุ่งนี้ก่อนเวลาราชการ 16.00 น.

 
     ชั้นความลับ

          ลับ-คือเรื่องที่เป็นความลับ แต่เราสามารถรู้ได้ทีหลังหรือระหว่างนั้น
 
         ลับมาก-แผนที่บอกใครไม่ได้ เสร็จแล้วก็บอกไม่ได้
        
         ลับที่สุด-นโยบายหรือแผนการที่สำคัญยิ่งของชาติ เอกสารการเมืองที่สำคัญ

  หนังสือราชการ 

         ชนิดของหนังสือราชการ

            1.หนังสือภายนอก นอกส่วนราชการเป็นพิธีการ ใช้กระดาษตราครุฑ

            2.หนังสือภายใน ในกระทรวงและจังหวัดเดียวกัน เป็นพิธีการน้อย ใช้กระดาษบันทึกข้อความ

            3.หนังสือประทับตรา ใช้ตราครุฑ

            4.หนังสือสั่งการ คำสั่งระเบียบ ข้อบังคับ

            5.หนังสือประชาสัมพันธ์  ประกาศ แถลงการณ์ข่าว

            6.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ หนังสือรับรอง       รายงานการ ประชุม บันทึก

         ปัญหาในการเขียนหนังสือราชการ

         หลักการเขียน

           1.ปัญหา

           2.ข้อเท็จจริง

           3.ข้อพิจารณา

           4.ข้อเสนอ

การเขียนรายงานการประชุม

        ปัญหาในการเขียนรายงานการประชุม

                1. ไม่รู้วิธีดำเนินการประชุมที่ถูกต้อง

                2. ไม่รู้จะจดอย่างไร

                3. ขาดทักษะในการจับประเด็นและสรุปความ

                4. การใช้ภาษาในการจด

         ประโยชน์ของรายงานการประชุม

               1. เป็นหลักฐานการปฎิบัติงาน

               2. เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน

               3. ใช้อ้างอิง

               4. เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร

สามารถเขียนรายงานการประชุมที่ถูกต้องตามหลักของหน่วยงานราชการ ซึ่งแบบฟอร์มรายงานการประชุมสามารถเขียนได้ดังนี้

รายงานการประชุม.....................................................(ชื่อหน่วยงาน)

ครั้งที่.......................................

เมื่อวันที่.................................

ณ...........................................

ผู้มาประชุม....................................................................(ผู้มีสิทธิในการประชุมครั้งนั้น)

ผู้ไม่มาประชุม................................................................

ผู้เข้าร่วมประชุม..............................................................

เริ่มประชุมเวลา.............................................................

ประธานกล่าวเปิดการประชุม........................................

ระเบียบวาระที่ 1 (เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ)

           วิธีการเรียนวาระที่ 1

                   หัวข้อเรื่อง

                   บุคคลนำเข้า

                   เนื้อหา

                   บทสรุป ที่ประชุมรับทราบ

ระเบียนวาระที่ 2 (เรื่อง การรับรองรายงานการประชุมประธานมีหน้าที่นำการประชุม)

           วิธีการเขียน

                  ประธานได้เสนอร่างรายงานการประชุมครั้งที่........เมื่อวันที่..............ให้ที่ประชุมพิจารณา

                  ที่ประชุมพิจารณาแล้วรับรองรายงานการประชุม โดยไม่มีการแก้ไข หรือ แก้ไขดังนี้......................................................
ระเบียบวาระที่ 3 (เรื่อง ที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ เลขานุการมีหน้าที่นำการประชุม) เรื่องที่นำเข้ามีดังนี้

            - รายงานผลการปฎิบัติงานที่สืบเนื่องจากการประชุมคร้งที่แล้ว

            -  เรื่องที่สำคัญ หรือ บุคลากรต้องปฎิบัติ

           - เรื่องที่น่าสนใจ

ระเบียบวาระที่ 4 (เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา เลขานุการมีหน้าที่นำเสนอการประชุม)

            วิธีการเขียน

                  หัวข้อเรื่อง

                  ผู้นำเข้า

                  เนื้อหาให้ประกอบด้วย

                       - ประเด็นปัญหา และ ผลกระทบ

                       - ข้อเท็จจริง

                       -  ข้อคิดเห็น

                       -  ข้อเสนอ

                        -  มติที่ประชุม
ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

           - เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ

           - เกิดขึ้นหลังจากที่ออกหนังสือเชิญร่วมประชุมไปแล้ว

          -  เรื่องแจ้งทราบ  พิจารณารับรองราบงานการประชุม และนัดหมายเป็นเรื่องด่วน และสำคัญ

ประธานกล่าวปิดการประชุม...................................................................................

เลิกประชุมเวลา...........................
                                             ..............................................................

                                                           (ผู้จดรายงานการประชุม)

 

         การเขียนรายงานการประชุม

         ปัญหาของการเขียนรายงานการประชุม

           -ไม่รู้วิธีดำเนินการประชุมที่ถูกต้อง

           -ขาดทักษะในการจับประเด็นและสรุปความ

         ประโยชน์

           -เป็นหลักฐานการปฏิบัติงาน

           -เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน

           -ใช้อ้างอิง

           -เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร

 

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

การจัดทำสำเนา – เราควรที่จะทำไว้ทั้งสองฉบับ อีกฉบับให้อีกคนอีกฉบับเราทำเก็บไว้เสมอ เพื่อการป้องกันตัวเราเอง

อนุญาต เป็นเรื่องส่วนตัว ยินยอม ยอมใช้ ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ศึกษาต่อ ลาออก

อนุมัติ เรื่องที่เป็นความรับผิดชอบขององค์กร เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน

หนังสือราชการ ผู้ที่มียศตำแหน่งสูงกว่าเมื่อส่งหนังสือให้กับบุคคลที่มีตำแหน่งน้อยกว่า


ข้อเสนอแนะ

            จากความรู้ที่ดิฉันได้รับในวันนี้เป็นประโยชน์มาก ดิฉันจะนำไปใช้ในอนาคตและใช้อย่างถูกต้องค่ะอย่างการเขียนรายงานการประชุม เป็นสิ่งที่เราต้องศึกษาไว้เมื่อเราเป็นครูจะได้มีความรู้พื้นฐานมาบ้าง

 

 

 

 

นางสาวขวัญจิรา    หอมหวล   รหัส 55113400209 ตอนเรียน D1

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 8



ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

การเขียนแบบฟอร์ม การกรอกแบบฟอร์ม

      คำว่า แบบฟอร์มเป็นคำไทยกับภาษาอังกฤษ เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยเว้นช่องว่างให้บุคคลแต่ละคนกรอกข้อความ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้รวบรวมนำข้อความนั้นไปใช้ประโยชน์ แบบฟอร์มแบ่งเป็น 4 ประเภท

                1.แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แบบฟอร์มชนิดนี้หน่วยงานเป็นผู้จัดเตรียมขึ้น เพื่อให้สะดวก เช่น แบบฟอร์มสมัครเรียน แบบฟอร์มสมัครงาน เป็นต้น

                2.แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือ กรอกแบบฟอร์มชนิดนี้ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและทรรศนะของประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างแบบสอบถามต่างๆ

                3.แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์กร ชนิดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลากรภายในหน่วยงานของตนด้วยวิธีให้กรอกแบบฟอร์ม ชี้แจงเรื่องซึ่งมักให้รายละเอียด เช่น แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอเงินกู้สวัสดิการ

                4.แบบฟอร์มสัญญา สัญญาในที่นี้หมายถึง เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญญาจะซื้อจะขายสินค้า สัญญากู้เงิน สัญญาเช่าบ้าน

จดหมายประเภทกิจธุระ

                จดหมายกิจธุระ  เป็นจดหมายที่บุคคลติดต่อกับบุคคลด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย การเตือน การทวงถาม การแจ้งข่าวสาร แต่ถ้ามีการสั่งซื้อมีกำไรมีขาดทุนเรียก จดหมายธุรกิจ

                จดหมายเปิดผนึก เป็นจดหมายประเภทกิจธุระ เขียนเผยแพร่ ต่อสาธารณชน สื่อมวลชน ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

                จดหมายราชการ  จดหมายราชการหรือหนังสือราชการ เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่วนราชการหนึ่ง หรือการติดต่อสื่อสารในระหว่างกระทรวง ทบวง กรม กอง เดียวกัน  รวมทั้งติดต่อกับเอกชนต่างๆ

การเขียนประกาศ

                ประกาศ เป็นการสื่อสารใช้เผยแพร่ได้อย่างกว้างขว้าง คือให้บุคคลทุกระดับได้ทราบ ไม่ใช้ข้อความยาวๆหรือละเอียดซับซ้อน เพราะไม่ดึงดูดความสนใจผู้อ่าน

                ประกาศทางราชการ  มักมีข้อความที่ค่อนข้างยาว ละเอียด และเกี่ยวเนื่องกับตัวกฎหมาย โดยมีจุดประสงค์จะประกาศแจ้ง ให้บุคคลทั่วไปได้ทราบและหวังผลในการปฏิบัติ ภาษาเป็นภาษาราชการ

การเขียนจดหมายธุรกิจ ประเภทจดหมายธุรกิจ

-จดหมายสมัครงาน จดหมายขอเปิดเครดิต

-จดหมายเสนอขายสินค้าหรือบริการ

-จดหมายสั่งซื้อสินค้าและตอบรับสินค้า

-จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ

-จดหมายเตือนหนี้และทวงหนี้

-จดหมายไมตรีจิต ขอบคุณ

  รูปแบบจดหมายธุรกิจ

1.จดหมายธุรกิจแบบราชการ รูปแบบเหมือนหนังสือราชการภายนอก  แต่ดัดแปลงรายละเอียดเล็กน้อยให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติ

2.จดหมายธุรกิจแบบไทย รูปแบบที่ดัดแปลงหรือผสมผสานจากหนังสือราชการภายนอกและจดหมายธุรกิจสากล

3.จดหมายธุรกิจแบบสากล ใช้รูปแบบการเขียนจดหมายธุรกิจของต่างประเทศที่นิยมใช้เป็นสากล แบบบล็อก และแบบเซมิบล็อก        

เขียนหัวข้อจดหมายธุรกิจ

-หัวจดหมาย ชื่อ ที่อยู่บริษัท

-วัน เดือน ปี มักระบุเป็นตัวเลข

-คำขึ้นต้นมักใช้คำว่าเรียน

-ข้อความ มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้ามักกล่าวถึงเหตุ ย่อหน้าต่อมาคือสิ่งที่ประสงค์หรือสิ่งต้องการให้  

   ปฏิบัติ-คำลงท้ายมักใช้ ขอแสดงความนับถือ

-ลายเซ็นหรือลายมือของผู้ลงนามในจดหมาย

-ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมาย

-ตำแหน่งของผู้ลงนามในจดหมาย

-อักษรย่อของผู้ลงนามหรือผู้พิมพ์ นำพยัญชนะต้นของชื่อพยัญชนะต้นของนามสกุลมาย่อแล้วเขียนไว้

 

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

             -  แบบฟอร์มใบสมัครงานไม่ควรมี รอยลบ เพราะบ่งบอกถึงความไม่รอบคอบ    

            -  สำนักงานนายกรัฐมนตรี เป็นคนกำหนดสารบัญตามรูปแบบ

              -  คำว่าไอโฟน 5 ในการเขียนจดหมายราชการ ต้องเขียนเลข 5 เป็นตัวเลขไทย ส่วนคำว่า 3G เขียนเป็นตัวเลขอารบิก เพราะเป็นชื่อเฉพาะ

              -   การเขียนอะไรเกี่ยวกับตัวเลขควรมีตัวหนังสือกำกับเสมอ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

               -  บันทึกข้อความ ไม่จำเป็นต้องมี “ขอแสดงความนับถือ”

               - องค์การ ใหญ่กว่า องค์กร ซึ่งองค์การครอบคลุมทั้งหมด

ข้อเสนอแนะ

             สามารถนำความรู้ที่ได้รับในการเขียนจดหมายแต่ละประเภทไปใช้ในชีวิตประจำวันได้              

 

 

 

นางสาวขวัญจิรา    หอมหวล   รหัส 55113400209    ตอนเรียน D1